Blog

8 ข้อควรรู้สำหรับการแปรงฟัน

1. แปรงฟันให้ถูกวิธี หลายคนขยันแปรงฟัน แปรงครั้งหนึ่งใช้เวลานานมาก แต่พอไปตรวจฟัน หมอฟันกลับบอกว่ามีฟันผุ ก็เลยอาจจะสงสัยว่าพลาดอะไรไปหรือเปล่า ใครที่เป็นแบบนี้ลองแปรงฟันอีกครั้ง คราวนี้ส่องกระจกที่บ้านดูว่า เวลาเราแปรงเราแปรงด้วยวิธีแบบไหน แปรงมั่ว ๆ หรือแปรงอย่างมีหลักการ ถ้าใครต้องการแปรงฟันอย่างมีหลักการ แปรงฟันอย่างถูกวิธี แนะนำให้หาในยูทูปดูคลิปการแปรงฟันที่ถูกวิธีจะดีกว่า เพราะการบรรยายวิธีการแปรงฟันเป็นตัวหนังสือ อาจจะทำให้งงได้ ไม่สู้ดูให้เห็นแล้วทำตาม จะทำได้ถูกต้องกว่า สำหรับ keyword ในการค้นหาวิธีแปรงฟันที่ถูกวิธี ให้ใช้คำว่า การแปรงฟันแบบขยับปัด หรือทำการค้นหาเป็นภาษาอังกฤษไปเลยว่า modified bass technique ถ้าใครลองค้นหาแล้วพบวิดีโอเป็นภาษาอังกฤษก็อย่าได้ตกใจ ถือว่าเราได้ฝึกภาษาไปด้วย และแม้ว่าเราจะฟังไม่ออก แต่เราก็เห็นภาพเคลื่อนไหว แล้วสามารถทำตามได้ ใครที่หาแล้วพบวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง ก็ให้ทดลองแปรงแบบส่งกระจกไปเรื่อย ๆ แบบถูกต้อง จนกว่าจะติดเป็นนิสัยนะครับ

 

2. แปรงฟันให้ทั่วถึง ถ้าใครเคยไปพบหมอฟัน ได้รับคำแนะนำอย่างดีว่า ให้แปรงฟันอย่างนั้นอย่างนี้ ถึงจะดี แล้วก็กลับมาฝึกแปรงอย่างถูกต้อง แต่ก็รู้สึกว่ายังมีกลิ่นปาก พอไปตรวจก็มีฟันเริ่มผุอีก ก็อย่าเพิ่งเสียกำลังใจไป ให้ลองแปรงฟันใหม่ อย่างตั้งใจ แต่คราวนี้ให้ส่องกระจก แล้วแปรงฟันทั้งด้านแก้ม ด้านลิ้น หรือด้านเพดานปาก และด้านบดเคี้ยว หรือพูดง่าย ๆ คือ ให้แปรงฟันให้ครบทุกด้านและครบทุกซี่ และเวลาแปรงฟัน เราอย่าได้เชื่อว่าเราแปรงฟันครบทั่วถึงแล้ว จนกว่าจะได้มองเห็นด้วยตนเองผ่านกระจก เพราะบางคนคิดว่าตัวเองแปรงฟันครบแล้ว แต่พอไปตรวจ หมอกลับขูดคราบพลาคออกมาได้ตั้งเยอะ เป็นเพราะเราแปรงฟันแบบไม่มองกระจก แล้วหลงคิดว่าแปรงฟันจนถึงฟันข้างในสุด แต่จริง ๆ ไม่ใช่ เพราะฉะนั้น ก่อนจะเชื่อว่าเราแปรงฟันได้อย่างทั่วถึง ให้ส่องกระจกตลอดเวลาที่แปรงฟัน ทำให้เป็นนิสัย แล้วต่อไปไม่ต้องส่องกระจกก็จะสามารถแปรงได้อย่างทั่วถึงเพราะความเคยชินได้ (แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องส่องกระจกแปรงฟันให้เห็นชัด ๆ)

 

3. แปรงฟันก่อนนอน  หลายคนอาจจะจำขึ้นใจในประโยคที่ว่า ให้แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น แต่จริง ๆ แล้ว การแปรงฟันที่สำคัญมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่อยากให้ฟันผุคือ การแปรงฟันก่อนนอน การแปรงฟันก่อนนอนหมายความว่าพอเราแปรงฟันเสร็จก็เข้านอนเลย ให้ฟันสะอาดไปทั้งคืนตอนนอน ถ้ามีการรับประทานอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นของเล็กน้อย หรือเป็นนม ก็ควรจะแปรงฟันใหม่ เพราะในเวลากลางคืนหากมีอาหารค้างอยู่ในช่องปาก ก็จะเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุขยายต่อตัวเพิ่มจำนวนได้

 

 

4. แปรงฟันเมื่อมีเศษอาหารติดตามหลุมร่องฟัน สำหรับใครที่ชอบรับประทานขนมขบเคี้ยวที่มีลักษณะหวานเหนียวติดฟัน บ้วนน้ำก็ไม่ออก เช่น ช็อคโกแลต ขนมตังเม ขนมปัง หรือของอย่างอื่นที่ติดตามหลุมร่องฟัน ซอกฟัน ให้พึงระวังไว้ว่า ถ้าปล่อยให้ของหวาน ๆ ติดฟันไป ยิ่งนานมากเท่าไหร่ ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะฟันผุมากเท่านั้น เพราะอาหารที่หวานมีน้ำตาล จะเป็นแหล่งอาหารให้เชื้อฟันผุขยายตัวได้ และตามหลุมร่องฟันที่มีเศษอาหารหวานเหนียว ก็จะเป็นแหล่งที่อยู่ชั้นดีของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฟันผุ  ดังนั้นแล้ว เมื่อรับประทานอาหารเหล่านี้แล้วมีติดอยู่ตามหลุมร่องฟัน ให้รีบแปรงฟันออกโดยทันที ด้วยความปรารถนาดี

 

5. แปรงฟันโดยใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ สำหรับข้อนี้ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะยาสีฟันส่วนมากในท้องตลาดก็มี่ฟลูออไรด์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟันยี่ห้ออะไร ขอให้ปริมาณฟลูออไรด์ในขนาดที่พอเหมาะ ก็สามารถใช้ได้ ใครชอบรสไหน แบรนด์ไหน ก็สามารถเลือกได้ตามสะดวก แต่ถ้าจะให้แน่ใจ ก็ควรจะลองอ่านดูส่วนประกอบสักนิดว่า พอจะมีคำว่ามีส่วนผสมของฟลูออไรด์อยู่ข้างหลอดหรือข้างกล่องหรือไม่ หรือมีระบุคำภาษาอังกฤษว่า fluoride อยู่ในส่วนประกอบหรือไม่ เพราะยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์จะสามารถป้องกันฟันผุได้ดียิ่งกว่า

 

6. แปรงฟันโดยใช้ยาสีฟันในปริมาณที่พอเหมาะ สำหรับบางคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า ให้ใช้ยาสีฟันขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว แล้วยึดถือปฏิบัติมาเช่นนี้โดยตลอด แต่หารู้ไม่ว่า ความจริงแล้ว ปริมาณยาสีฟันที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่นั้น จะต้องบีบออกมาให้ยาวเท่ากับหน้าตัดของแปรงด้านยาว ส่วนที่ว่าเม็ดถั่วเขียวนั้นไม่มี ถ้าจะใกล้เคียงก็คงเป็นปริมาณยาสีฟันที่ใช้สำหรับเด็ก ๆ คือให้ใช้เท่ากับเม็ดข้าวโพด หรือเท่ากับหน้าตัดด้านกว้างของแปรงฟันของเด็ก ส่วนเด็กเล็ก ๆ จะใช้เท่าเม็ดข้าวสาร หรือป้ายพอให้ติดแปรงนิดเดียว ดังนั้นแล้ว ในตอนนี้ หากใครยังคงแปรงโดยใช้ปริมาณยาสีฟันเท่ากับเม็ดถั่วเขียวให้เปลี่ยนใหม่โดยเร็ว

 

7. เปลี่ยนแปรงฟันทุก 4 เดือน หรือเมื่อขนแปรงบาน ในสมัยตอนที่ผู้เขียนเรียนอยู่ที่คณะทันตแพทย์ศาสตร์ ตอนขึ้นปีคลินิก จะมีคลินิกโรคปริทันต์ ที่จะมีการขูดหินปูนโดยใช้เครื่องมือเกลารากฟัน แต่ทุกครั้งก่อนจะเริ่มต้นเกลารากฟัน จะต้องมีการย้อมสีคราบพลาคก่อน แล้วทำการบันทึกว่า มีจุดใดบ้างที่ยังติดสีชมพูสีแดงอยู่ ซึ่งหมายความว่าจุดนั้นมีคราบพลาคเกาะอยู่ เป็นจุดที่คนไข้แปรงไม่สะอาด ผู้เขียนมีคนไข้หลายคนที่มาทีไรก็แปรงไม่สะอาด จนครั้งหนึ่งได้สังเกตดูขนแปรงที่คนไข้ใช้อยู่ ปรากฏว่าเก่า และบานออกเล็กน้อย จึงลองเปลี่ยนแปรง แล้วนำมาแปรง ปรากฏว่า สีที่ย้อมคราบพลาคติดน้อยลงอย่างชัดเจน นั่นหมายความ บางครั้งเราแปรงอย่างดี แปรงถูกวิธี แปรงทั่วถึง แต่ไม่สะอาด ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า อุปกรณ์การทำความสะอาดของเรา นั่นคือแปรงสีฟันของเรา บานหรือเก่าเกินไป ให้ลองเปลี่ยนใหม่ดู แล้วจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

 

8. แปรงฟันโดยใช้แปรงขนนุ่มหน้าตัดตรง สำหรับแปรงที่แข็งเกินไป อาจจะทำอันตรายต่อเหงือก หรืออาจจะทำให้เกิดฟันสึกได้ และนอกจากนี้ อาจจะไม่ยืดหยุ่นพอที่จะเข้าไปตามซอกระหว่างฟัน ส่วนแปรงที่อ่อนเกินไป ก็อาจจะอ่อนเกินกว่าจะแปรงคราบพลาคออกได้ ดังนั้น หมอฟันจึงมักจะแนะนำให้ใช้แปรงฟันขนนุ่ม และหน้าตัดควรเป็นหน้าตัดตรง เพราะบางครั้ง การใช้หน้าตัดที่สูงบ้างต่ำบ้าง ทำให้การเข้าถึงของปลายขนแปรงบางตำแหน่ง อาจจะเป็นไปได้ยาก ไม่สะอาด การใช้แปรงหน้าตัดตรง ด้วยวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในการแปรงฟัน

 

 

การแปรงฟันเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษาฟัน หากเราสามารถแปรงฟันได้สะอาด ก็จะสามารถรักษาฟันที่สะอาดไว้ได้ และเมื่อฟันสะอาด ก็เป็นไปได้ยากที่ฟันจะผุ แต่การที่เราจะรักษาฟันให้สะอาดได้ เราต้องเข้าใจเรื่องการแปรงฟันให้ถูกต้อง และต้องใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม บางอย่างอาจจะต้องเปลี่ยนทุก 4 เดือน แต่ถ้าเทียบกับการได้มาซึ่งฟันที่แข็งแรง สามารถเคี้ยวอาหารได้อย่างอร่อย และยิ้มได้อย่างมั่นใจ เงินที่เสียไปสำหรับการดูแลฟันก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะการป้องกันย่อมสำคัญที่สุด

88139271_210147117024161_7489315163309342720_o
1 แปรงฟันให้ถูกวิธี
2 แปรงฟันให้ทั่วถึง
3 แปรงฟันก่อนนอน
4 แปรงฟันเมื่อมีเศษอาหารติด
5 แปรงฟันโดยใช้ยาสีฟัน ที่มีฟลูออไรด์
6 แปรงฟันโดยใช้ยาสีฟันในปริมาณที่เหมาะสม
7 เปลี่ยนแปรงสีฟัน
8 แปรงฟันโดยใช้แปรงขนนุ่มหน้าตัดตรง
88139271_210147117024161_7489315163309342720_o

คนที่ดูดี

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมบางคนยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งดูดีขึ้นทุก ๆ วัน นั่นเป็นเพราะคนเหล่านั้นรู้จักที่จะดูแลตัวเองในทุก ๆ วัน ลองคิดดูว่า ถ้าวันนี้เราเริ่มต้นที่จะดูแลตัวเอง ตั้งเป้าว่าพรุ่งนี้เราจะดูดีกว่าวันนี้ และเราจะดูดีขึ้นในทุก ๆ วัน ผ่านไป 1 เดือน หรือผ่านไป 1 ปี พอเรามองย้อนกลับมา เราก็จะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง และสามารถมีรอยยิ้มที่กว้างขึ้นได้

 

สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นดูแลตัวที่ตรงไหน แนะนำให้เริ่มจากการทำความสะอาดช่องปากให้ดี เพื่อไม่ให้มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และสามารถมอบรอยยิ้มให้กับคนอื่น ๆ ได้อย่างมั่นใจ

 

บิ๊กเกอร์สไมล์ คลินิกทันตกรรมเพื่อรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

tooth-4023604_1280

สไตล์ออกแบบคลินิก

สำหรับสไตล์ที่ได้วางแผนไว้นั้น เราต้องการให้ผู้ที่มา มีความรู้สึกสบาย จึงได้จัดวางให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี โปร่ง โล่ง มีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีโต๊ะเก้าอี้อำนวยความสะดวก สามารถนั่งรอเพื่อน หรือรอรับการตรวจรักษา ระหว่างรอสามารถอ่านหนังสือ หรือหยิบการบ้านขึ้นมาทำได้ สไตล์เหมือนนั่งเล่นอยู่ที่บ้านหรือร้านกาแฟ เพราะเราคิดว่า ถ้าผู้มารับบริการเกิดความรู้สึกดีต่อการมาทำฟัน ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การมีสุขภาพช่องปากที่ดีได้

content 2

คลินิกเราตั้งอยู่ตรงไหน

เราได้ทำแผนที่ที่มี graphic design ที่ดูง่ายออกมา เพื่อที่ทุกคนจะได้นึกออกว่าคลินิกของเราตั้งอยู่ตรงไหน

 

สถานที่ตั้งของเราไม่ติดถนนใหญ่ แต่ก็สามารถไปมาได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้กับเซเว่นตรงข้ามไปรษณีย์ไทย

 

ถ้าดูในแผนที่จากถนนใหญ่ ให้เลี้ยวเข้ามาเพียงเล็กน้อยก็เป็นที่ตั้งของเรา ด้านหน้ามีที่ให้จอดรถมอร์เตอร์ไซค์ ด้านหลังมีที่ให้จอดรถยนต์ เดินทางไปมาสะดวกสบายตามสไตล์ Bigger Smile Dental Clinic

IMG_5568

คติประจำใจของ Bigger Smile

หากใครได้ทราบถึงสโลแกนของ Bigger Smile ก็อาจจะมีคำถาม มีความสงสัยในใจว่า ทำไมต้องเป็น “เพื่อรอยยิ้มที่กว้างขึ้น” ทำไมไม่เป็น เพื่อการยิ้มอย่างมั่นใจ หรือเพื่อรอยยิ้มที่มั่นใจ อะไรทำนองนั้น แต่เราคิดว่า การที่มีรอยยิ้มที่กว้างขึ้นได้ ก็แสดงว่าเรามีความมั่นใจระดับหนึ่งแล้ว และเราเชื่อว่า พื้นฐานทางร่างกายที่ดี เช่น การมีสุขภาพช่องปากที่สะอาดปราศจากโรค ย่อมจะเป็นรากฐานหรือตัวช่วยส่งเสริมที่นำไปสู่การมีสุขภาพใจที่ดี ซึ่งนำไปสู่การมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นได้

 

เพื่อรอยยิ้มที่กว้างขึ้น ท่านสามารถพบหมอฟันใกล้บ้านท่าน สำหรับ Bigger Smile Dental Clinic ก็ใกล้จะเสร็จแล้ว ใครสนใจทักทายไถ่ถามกันเข้ามาได้

สโลแกน

ทำไมถึงชื่อ Bigger Smile

ชื่อ Bigger Smile เพราะชื่อนี้มีความหมายที่ดี

 

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า การตั้งชื่อคลินิกทันตกรรม หรือคลินิกทำฟันนั้น เขาห้ามตั้งชื่อที่มีความหมายโอ้อวด ชักชวน เกินจริง ในตอนแรกที่คิดถึงชื่อ Bigger Smile นั้น เราก็คิดอยู่ว่ามีคำว่า Bigger นั้นจะเป็นไรไหม เพราะ Bigger แปลมาเป็นไทยได้ว่า ใหญ่กว่า กว้างกว่า มันจะเป็นเหมือนการไปโอ้อวดว่าเราดีกว่าหรือเปล่า ซึ่งก็มีบางท่านได้ตั้งข้อสังเกตนี้เหมือนกัน

 

แต่โดยแท้จริงแล้ว Bigger ในความหมายของ Bigger Smile นั้น สื่อถึง “รอยยิ้มที่กว้างขึ้น” นั่นหมายความว่า เราไม่ได้เปรียบเทียบกับใครอื่น เป็นการเปรียบเทียบกับตัวเอง นั่นคือพอเรามีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น เราก็กล้าที่จะมอบรอยยิ้มที่กว้างขึ้นให้แก่คนอื่นได้  เราอยากให้ Bigger Smile Dental Clinic ได้มอบรอยยิ้มที่กว้างขึ้น เพิ่มมากขึ้น ให้แก่โลกใบนี้ ซึ่งก็เป็นสโลแกนของคลินิกเราว่า บิ๊กเกอร์สไมล์เพื่อรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

 

ทำไมชื่อบิ๊กเกอร์สไมล์

ทำไมเราถึงเลือกจะอยู่ตรงนี้

ทำไมเราถึงเลือกที่จะอยู่ตรงนี้

 

ในตอนที่เรากำลังหาทำเลที่เหมาะสม ที่ต่อไปจะกลายเป็น Bigger Smile Dental Clinic เราพบว่าที่อำเภอขุนหาญมีทำเลมากมายที่ยังว่างอยู่ มีการประกาศให้เช่าหรือขาย ซึ่งทำเลทุกที่ ๆ เรามองเห็นนั้น ล้วนแต่เป็นที่ ๆ ดีเลิศ​ เพราะเป็นตึกแถวที่ติดกับถนนเส้นใหญ่ ที่มุ่งสู่สนามวงกลม ใจกลางเมืองขุนหาญ

 

เราใช้เวลาอยู่นานในการพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของสถานที่เหล่านี้ ทั้งในเรื่องราคา บริเวณโดยรอบที่ประกอบด้วยร้านค้าหรือสถานที่ใกล้กัน ความสะดวกสบายในการเข้าถึง การที่สามารถมองเห็นได้ง่าย ผู้คนผ่านไปมาเยอะ  มีสถานที่สำหรับจอดรถ ปรากฏว่าแต่ละที่มีจุดเด่นและจุดแข็งแตกต่างกัน เราจึงย้อนกลับมาคิดว่าเราต้องการให้ Bigger Smile Dental Clinic ออกมาเป็นแบบไหน

 

เราต้องการให้คลินิกของเรา กว้างขวาง ไม่แออัด ปลอดโปร่ง ไปมาสะดวก จอดรถได้สะดวก และราคาก็ควรจะเป็นราคาที่เหมาะสม เพราะราคาที่แพงเกินไปหมายถึงต้นทุนที่สูงเกินไปที่เราต้องจ่าย อาจจะไปเบียดเบียนต้นทุนอย่างอื่นอาจทำให้คลินิกมีภาระมาก แล้วในตอนท้ายสุดช่วงที่เรากำลังตัดสินใจ เราก็ได้พบกับสถานที่ตั้งปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะอย่างที่เราหวังไว้ทุกประการ เพียงแต่ไม่ได้ติดถนนใหญ่เหมือนอย่างทำเลอื่น ๆ แต่เราก็เลือกที่นี่

 

เพราะเรารู้ว่าเราต้องการให้คลินิกของเราออกมาเป็นแบบไหน และที่ตั้งปัจจุบันคือที่ ๆ เหมาะที่สุดสำหรับ Bigger Smile Dental Clinic เรา

 

IMG_5568

ทำไมฟันถึงปวดได้

มีหลายคนมาหาหมอฟันเพราะมีอาการปวดฟัน บางคนก็เห็นชัดว่าฟันมีผุใหญ่ บางคนก็เห็นว่าเป็นฟันแตกร้าว แต่ก็มีเหมือนกันที่มองเข้าไปแล้วไม่เห็นว่าฟันจะมีลักษณะแปลกไปอย่างไร จะมีก็เพียงแต่อาการปวดเท่านั้น

 

โดยปกติสิ่งที่จะสามารถเจ็บปวดได้ ต้องมีเส้นประสาทรับความเจ็บปวด สำหรับฟันของคนเรานั้น ภายนอกแม้จะดูแข็ง แต่ภายในซึ่งอยู่ตรงกลางฟันนั้น เป็นเนื่อเยื่ออ่อน ไม่ใช่แข็ง ๆ ทั้งซี่อย่างที่เห็นจากภายนอกฟัน ก็เนื่อเยี่ออ่อนกลางฟันนี้ หมอฟันจะเรียกว่าโพรงประสาทฟัน ที่เรียกเช่นนี้ เพราะตรงนี้จะมีเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่ เมื่อมีอันตรายเกิดขึ้นกับโพรงประสาทฟัน ไม่ว่าจะเป็น ฟันผุทะลุถึงโพรงประสาทฟัน ฟันแตกลึกเข้าไปถึงส่วนของโพรงประสาทฟัน ก็จะทำให้ฟันมีอาการปวดได้

 

นอกจากสาเหตุอาการปวดจากโพรงประสาทฟันแล้ว ก็ยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีก เช่น สาเหตุที่มาจากอวัยวะรองรับฟัน เช่น เหงือก กระดูกรอบรากฟัน เป็นต้น ทั้งหมดทั้งมวลไม่ว่าจะเป็นอาการปวดแบบใด เมื่อไม่สามารถตรวจได้จากการเห็นด้วยตาเปล่า ในทางทันตกรรมก็จะมีเครื่องมืออย่างหนึ่งที่เข้ามาช่วย นั่นคือ เครื่องเอ็กซเรย์ ซึ่งจะทำให้เราสามารถมองทะลุภายนอก เข้าไปเป็นถึงภายในฟันได้ ซึ่งจะช่วยวินิจฉัยได้ง่ายขึ้น และแม่นยำมากขึ้น

 

ทุกคนสามารถติดตามเรื่องน่ารู้เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี จาก Bigger Smile Dental Clinic โดยการกดไลค์เพจของเรา และกด “กำลังติดตาม” และกด “เห็นโพสต์ก่อน” เพื่อเป็นคนแรก ๆ

ที่เห็นโพสจากเรา

 

85207780_204269464278593_7839060199968079872_o